เลสเตอร์ พ่าย เซบีย่า 1-2 ชปล.เลกแรก

ผลบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย (นัดแรก)

วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560เซบีย่า 2-1 เลสเตอร์ ซิตี้ผู้ทำประตู : 1-0 ปาโบล ซาราเบีย น.25 / 2-0 ฆัวกิน คอร์เรีย น.62 / 2-1 เจมี่ วาร์ดี้ น.73เวลา : 2.45 น.สนาม : ราม่อน ซานเชซ ปิซฆวนศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย (นัดแรก)

เป็นการดวลกันระหว่าง เซบีย่า แชมป์ ยูโรป้า ลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา มีคิวเปิดสนาม ราม่อน ซานเชซ ปิซฆวน ต้อนรับการมาเยือนของ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนที่จะจบลงไปด้วยชัยชนะของเจ้าบ้านด้วยสกอร์ 2-1

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

เซบีย่า : เซร์คิโอ ริโก้(GK), เกลม็องต์ ล็องเกลต์, อดิล รามี่, เซร์คิโอ เอสคูเดโร่, มาเรียโน่, ฆัวกิน คอร์เรีย, ซาเมียร์ นาสรี่, สตีเฟ่น เอ็นซองซี่, ปาโบล ซาราเบีย, บิโตโล่, สเตฟาน โยเวติช

เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมพ์สัน, โรเบิร์ต ฮูธ, เวส มอร์แกน, คริสเตียน ฟุตส์, วิลเฟร็ด เอ็นดิดิี้, แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์, มาร์ค อัลไบรท์ตัน, ริยาด มาห์เรซ, อาเหม็ด มูซ่า, เจมี่ วาร์ดี้

อวสาน “แบล็กเบอร์รี”

สมาร์ทโฟน,แบล็กเบอร์รี,แอนดรอยด์,ไอโอเอส

อวสาน ‘แบล็กเบอร์รี’? ส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนไตรมาสล่าสุดเหลือ ‘0.0 เปอร์เซ็นต์’

เว็บไซต์บิสซิเนส อินไซเดอร์รายงานว่า หมดยุคแบล็กเบอร์รีแล้ว โดยส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทในตลาดสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 0.0 เปอร์เซ็นต์อย่างเป็นทางการในตอนนี้

รายงานของการ์ทเนอร์ บริษัทวิจัยด้านการตลาดที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ระบุว่า ในไตรมาส 4 ของปี 2559 มีสมาร์ทโฟนจำหน่ายไปได้ 432 ล้านเครื่องทั่วโลก ในจำนวนนี้เป็นแบล็กเบอร์รีที่ใช้ระบบปฏิบัติการของตนเอง 207,900 เครื่อง

ตัวเลขดังกล่าวหมายความว่า บริษัทสมาร์ทโฟนสัญชาติแคนาดามีส่วนแบ่งการตลาดทั้งหมดน้อยกว่า 0.1 เปอร์เซ็นต์ (โดยตัวเลขที่ชัดเจนคือ 0.0481 เปอร์เซ็นต์)

ขณะที่การ์ทเนอร์ระบุว่า สมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของกูเกิลจำหน่ายไปได้ 352.7 ล้านเครื่องในไตรมาสดังกล่าว คิดเป็น 81.7 เปอร์เซ็นต์ อันดับที่ 2 ได้แก่ ไอโอเอสของแอปเปิลที่จำหน่ายไปได้ 77 ล้านเครื่อง คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 17.9 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม แบล็กเบอร์รียังจำหน่ายสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ด้วย อาทิ รุ่น ดีเทก60 (DTEK) และพรีฟ (Priv) ที่ไม่รวมอยู่ในยอดขาย 207,900 เครื่องดังกล่าว แต่ข้อมูลของการ์ทเนอร์ยืนยันให้เห็นว่า ระบบปฏิบัติการที่ครั้งหนึ่งสามารถยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตนเองในแบบที่เรียกได้ว่าแทบจะไร้คู่แข่งถึงกาลอวสานลงแล้ว

ขณะเดียวกันกูเกิลครองแชมป์ด้านส่วนแบ่งการตลาดจากการที่เปิดให้ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์แบบโดยไม่คิดเงิน ทำให้กลายเป็นระบบปฏิบัติการที่เป็นตัวเลือกของสมาร์ทโฟนราคาถูกในประเทศอย่างอินเดียและจีน ส่วนแอปเปิลให้ไอโอเอสของตนเป็นระบบปิดและสร้างมาตฐานให้มีราคาสูง โดยจำกัดการเข้าถึงแต่สร้างกำไรให้ได้มากที่สุด

ข่าวระบุว่า ในยุคก่อนสมาร์ทโฟน แบล็กเบอร์รีถือเป็นโทรศัพท์มือถือที่เป็นตัวเลือกของมืออาชีพ และยังได้ชื่อเล่นว่า “แคร็กเบอร์รี” (คำว่าแคร็กมาจากแคร็กโคเคนที่หมายถึงโคเคนผงที่ใช้วิธีสูดดมในการเสพ) จากการที่ใครได้ใช้เป็นต้องติดงอมแงมเหมือนติดยาเสพติด ด้วยเหตุผลที่มีแป้นคีย์บอร์ดแบบเต็ม และฟังก์ชั่นในการรับส่งอีเมล์และข้อความสนทนาที่ไม่มีใครเทียบได้

ทว่าหลังการมาถึงของไอโฟน แอปเปิลได้ช่วงชิงบัลลังก์ไป ทำให้แบล็กเบอร์รีสูญเสียความรุ่งโรจน์ไปอย่างรวดเร็ว และยอดขายลดลงเรื่อยๆ นับตั้งแต่นั้น

อี แจ-ยอง ทายาทซัมซุงถูกจับแล้ว ศาลชี้พัวพันให้สินบน

นายอี แจ-ยอง ทายาทผู้บริหารซัมซุงซึ่งเพิ่งถูกแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารของซัมซุงเมื่อปีที่ผ่านมา หลังบริษัทประสบปัญหาผลกำไรลดฮวบจากโทรศัพท์รุ่งเรือธงซัมซุง กาแล็กซี่ โน้ต 7 กำลังเผชิญกับวิกฤตรอบใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่า หลังเขาถูกจับกุมในข้อหาให้สินบนและยังพัวพันกับคดีอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง

ทั้งนี้อัยการมีเวลาในการควบคุมตัวนายอีเป็นเวลา 20 วัน เพื่อสอบปากคำก่อนที่จะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อนายอีอย่างเป็นทางการต่อไป

ก่อนหน้านี้นายอีได้เข้าให้ปากคำกับอัยการเกาหลีใต้มาแล้ว 2 ครั้ง รวมถึงยังขึ้นให้ข้อมูลต่อที่ประชุมรัฐสภาเกาหลีใต้เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ในฐานะผู้ต้องสงสัยว่าได้ให้สินบทเป็นเงิน 30,000 ล้านวอนแก่ธุรกิจและกองทุนของนางชเว ซุน-ซิล เพื่อนสนิทของประธานาธิบดีปาร์ค กึน เฮ เพื่อแลกกับการได้รับการสนับสนุนจากกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ ในการควบรวมกิจการกับ ซีแอนด์ที คอร์ป และ ชีล อินดัสทรีส์ อิงค์ เมื่อปี 2558 ขณะที่น.ส.ปาร์คก็กำลังเผชิญหน้ากับกระบวนการถอดถอนออกจากตำแหน่งจากกรณีอื้อฉาวดังกล่าวเช่นกัน

หลังการให้ปากคำครั้งแรกเมื่อเดือนมกราคมปีนี้ของนายอีและผู้บริหารซัมซุงอีกหลายราย ศาลระบุว่าไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะทำการจับกุมตัวนายอี อย่างไรก็ดีในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ โฆษกศาลออกแถลงการณ์ว่า มีความจำเป็นที่จะต้องจับกุมตัวนายอีเนื่องจากหลักฐานใหม่ที่พบ ขณะที่นายอี แจ-ยอง และซัมซุงได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้ทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา โดยซัมซุงกรุ๊ปได้ออกแถลงการณ์หลังนายอีถูกจับกุมตัวว่า บริษัทจะทำอย่างดีที่สุดเพื่อให้ความจริงถูกเปิดเผยในการบวนการพิจารณาของศาล

ปัจจุบันนายอีดำรงตำแหน่งรองประธานซัมซุงอิเลคทรอนิคส์ อย่างไรก็ดีหลังบิดาของเขา นายอี คุน-ฮี หัวใจวายเมื่อปี 2557 นายอี แจ-ยอง ถูกมองว่าเป็นประธานบริหารตัวจริงของกลุ่มบริษัทในเครือซัมซุงทั้งหมด

พล.ร.ท.โรเบิร์ต ฮาร์วาร์ด ปฏิเสธเก้าอี้ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงในรบ.ทรัมป์

ความปั่นป่วนวุ่นวายในการคัดสรรทีมงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ยังคงไม่ยุติ หลังจากที่เมื่อต้นสัปดาห์นายไมเคิล ฟลินน์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ

ต้องลาออกจากตำแหน่งที่เพิ่งเข้ารับหน้าที่ได้เพียง 1 สัปดาห์ เพราะถูกกล่าวหาว่าได้มีการพูดคุยกับเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐ โดยไม่ได้แจ้งรายละเอียดที่ถูกต้องให้ฝ่ายบริหารทราบ

ล่าสุดพล.ร.ท.โรเบิร์ต ฮาร์เวิร์ด อดีตนายพลเกษียณ ซึ่งทรัมป์ได้เลือกให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติคนใหม่ ก็ออกมาปฏิเสธที่จะรับตำแหน่งเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า พล.ร.ท.ฮาร์เวิร์ดปฏิเสธข้อเสนอโดยให้เหตุผลด้านครอบครัวและพันธกรณีทางการเงิน แต่สื่อสหรัฐรายงานว่าประเด็นที่แท้จริงน่าจะอยู่ที่ฮาร์เวิร์ดต้องการนำทีมของตนเองเข้ามาทำงานมากกว่า

อย่างไรก็ดีประธานิบดีทรัมป์ปฏิเสธข้อกล่าวหาของสื่อที่ว่า ทำเนียบขาวเต็มไปด้วยความปั่นป่วนวุ่นวาย และยืนยันว่ารัฐบาลภายใต้การนำของเขากำลังเดินหน้าทำงานเหมือนเครื่องยนต์ที่กำลังอยู่ในระหว่างปรับแต่ง ขณะที่ฮาร์เวิร์ดก็ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า รัฐบาลทรัมป์ได้อำนวยความสะดวกให้กับเขาทุกด้าน แต่เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประเด็นส่วนตัวล้วนๆ แต่เมื่อถูกถามเรื่องที่ว่าเขาต้องการนำทีมของตนเองเข้ามา ฮาร์เวิร์ดก็ระบุว่า นั่นเป็นเรื่องที่ประธานาธิบดีจะจัดการ

สายลับสวยประหาร! อาวุธลับเกาหลีเหนือพิฆาตศัตรู

มือสังหารหญิง ที่ติดอาวุธด้วยรูปลักษณ์ที่ดูดี พร้อมอุปกรณ์โจมตีด้วยยาพิษ กำลังเป็นอาวุธลับสำคัญที่ผู้ปกครองเกาหลีเหนือเลือกมาใช้ในการกำจัดศัตรูของตน

เป็นความเห็นที่มาจากนายอัน ชาน-อิล อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยคอมมานโดเกาหลีเหนือที่แปรพักตร์มาอยู่เกาหลีใต้ตั้งแต่ปี 1979 และกลายมาเป็นนักวิจารณ์ชื่อดังจากการวิพากษ์ระบอบอำนาจเผด็จการโดยผู้ปกครองคนเดียวในเกาหลีเหนือ หลังจากเกิดเหตุการณ์ลอบสังหารชายรายหนึ่งที่สื่อสำนักต่างๆรายงานว่าคือ นายคิม จอง นัม พี่ชายของนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ที่ถูกลอบฆ่าขณะกำลังจะขึ้นเครื่องบินจากสนามบินนานาชาติกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ไปยังมาเก๊า เมื่อช่วงสายของวันจันทร์( 13 ก.พ.) โดยข่าวทุกกระแสชี้เป้ามือสังหารไปที่หญิงผู้ต้องสงสัย 2 คนที่เชื่อว่าเป็นสายลับหญิงของเกาหลีเหนือ ที่ถูกส่งมาให้ใช้ยาพิษในการปลิดชีพพี่ชายต่างมารดาของผู้นำคิม

ส่วนศพผู้ตายจะใช่นายคิม จอง นัม จริงหรือไม่ แล้วใครเป็นคนสั่งฆ่า และมีแรงจูงใจใดในการสั่งฆ่า คำถามเหล่านี้ยังคงเป็นปริศนา ที่รอการคลายปมอยู่

ประเด็นหนึ่งที่เป็นน่าสนใจในตอนนี้ คือ วิธีการใช้สายลับลอบสังหาร ซึ่งเป็นยุทธวิธีที่นิยมใช้กันในยุคหลังสงครามเย็น

นายอัน ชาน-อิล บอกว่า สายลับหญิงที่เชื่อว่าสามารถเข้าถึงหัวใจศัตรูได้ดีกว่า ถูกเลือกมาใช้เป็นอาวุธลับแทนสายลับชายมากขึ้นในการกำจัดเป้าหมาย โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้สายลับชายของเกาหลีเหนือมักถูกใช้ให้ไปทำงานด้านการรวบรวมข่าวกรอง หรือคอยติดต่อประสานงานกับสายลับคนอื่นๆมากขึ้น ส่วนสายลับหญิงเกาหลีเหนือ “ถูกฝึกให้เป็นมือสังหาร โดยใช้ยาพิษ”

“พวกเธอสามารถซุกซ่อนเข็มฉีดยาพิษขนาดเล็กที่ทำจากพลาสติกติดตัวเอาไว้ได้อย่างง่ายๆ ทั้งในแท่งลิปสติก เครื่องสำอาง หรือ ใต้เสื้อผ้า โดยการใช้เครื่องมือที่ทำจากพลาสติกทำให้รอดพ้นจากเครื่องตรวจจับวัตถุที่สนามบินได้ง่ายด้วย” นายอันกล่าว

และว่า การมีรูปร่างหน้าตาดี เป็นคุณสมบัติจำเป็นสำหรับสายลับหญิง แต่จะแตกต่างไปจากเวทีความงาม หญิงสาวที่รูปร่างมีส่วนเว้าส่วนโค้งไม่ได้เป็นแบบอย่างที่เหมาะกับการจะมาเป็น “มือสังหาร” ที่จำเป็นจะต้องใช้ร่างกายในการติดต่อสัมผัสกับเป้าหมาย

แต่ก่อนที่สายลับหญิงเหล่านี้จะเริ่มทำงานได้ พวกเธอจะต้องเข้ารับการฝึกเป็นเวลานานหลายเดือน ซึ่งรวมถึงการทำงานที่ต้องใช้พละกำลังอย่างมาก การฝึกทักษะการต่อสู้ การสอดแนมและการใช้อาวุธต่างๆ ตลอดจนเข้าคอร์สเรียนภาษา

ขณะที่ตำรวจมาเลเซียที่เป็นเจ้าของพื้นที่เกิดเหตุกำลังสอบปากคำหญิงต้องสงสัย 2 ราย ที่รายหนึ่งถือพาสปอร์ตเวียดนาม และอีกรายถือพาสปอร์ตอินโดนีเซีย ซึ่งถูกจับกุมหลังการฆาตกรรมชายที่เชื่อว่าเป็นนายคิม จอง นัม

นายอัน ชาน-อิล ก็ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า เป็นเรื่องที่น่าแปลก เพราะหากมือสังหาร เป็นสปายเกาหลีเหนือจริง “เธอควรจะต้องทำให้ตัวเองหายตัวไป หรือจะต้องฆ่าตัวตาย หากตนเองตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกจับตัวได้”

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นดูเหมือนจะอยู่นอกตำราสายลับ!

ที่ผิดไปจากสายลับเกาหลีเหนือ 2 คน ที่พยายามฆ่าตัวตายด้วยการกัดแคปซูลบรรจุสารพิษไซยาไนด์ ซึ่งซ่อนอยู่ในมวนบุหรี่ หลังจากพวกเขาถูกจับตัวได้ที่ประเทศบาห์เรนในปี 1987 หลังก่อเหตุระเบิดเครื่องบินเกาหลีใต้ โดยสายลับชายตายในทันที

ส่วนคิม ฮยอน-ฮี สายลับหญิง รอด! ที่ภายหลังถูกนำตัวมายังกรุงโซล โดยเธอรับสารภาพว่าร่วมก่อเหตุวินาศกรรมเครื่องบินของเกาหลีใต้ เพื่อหวังจะขัดขวางการจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนที่กรุงโซลเป็นเจ้าภาพในปี 1988…

มาเลย์เผยพร้อมคืนศพ’คิม จอง นัม’ให้โสมแดง ยันมีคำขอมาจริง ย้ำไม่กระทบสัมพันธ์ทางการทูต

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นายอาหมัด ซาฮิด ฮามีดี รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเปิดเผยว่า มาเลเซียจะคืนศพของนายคิม จอง นัม วัย 45 ปี พี่ชายต่างมารดาของนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ตามคำร้องขอของรัฐบาลเกาหลีเหนือ แต่จะต้องเป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการที่มีอยู่

นายซาฮิดยืนยันในการตอบคำถามผู้สื่อข่าวหลังการประชุมหารือกับบรรดาผู้นำทางธุรกิจในภูมิภาคว่า ทางการเกาหลีเหนือยื่นคำร้องดังกล่าวมาจริง โดยกล่าวว่า “เราจะช่วยอำนวยความสะดวกตามคำขอของรัฐบาลต่างชาติ แม้ว่าจะมีขั้นตอนกระบวนการที่ต้องปฏิบัติตาม นโยบายของเราคือ เราให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ทวิภาคีกับรัฐบาลต่างชาติ”

นายซาฮิดยังยืนยันอย่างเป็นทางการด้วยว่า ชายคนดังกล่าวที่ถูกลอบสังหารที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์คือ นายคิม จอง นัม พี่ชายต่างมารดาของนายคิม จอง อึน จริง โดยก่อนหน้านี้ตำรวจมาเลเซียไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่อ้างถึงนายจอง นัม ในการแถลงอย่างเป็นทางการว่าเป็นชายชาวเกาหลีเหนือรายหนึ่งเท่านั้น

นายซาฮิดเปิดเผยว่า นายจอง นัม มีเอกสารยืนยันตัวตน 2 ฉบับ โดยเป็นไปได้ว่าฉบับหนึ่งเป็นพาสปอร์ตปลอมเพื่อปกปิดตัวตน และอีกฉบับหนึ่งเป็นพาสปอร์ตจริง

ทั้งนี้ สื่อเกาหลีใต้เชื่อว่า นายจอง นัม เดินทางเข้ามาเลเซียโดยใช้พาสปอร์ตที่ระบุชื่อว่าคิม ชอล ซึ่งเป็นหนึ่งในนามแฝงของเขา

นอกจากนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การลอบสังหารนายจอง นัม ครั้งนี้จะกระทบกระเทือนต่อความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่าง 2 ประเทศหรือไม่ นายซาฮิดตอบว่า “ไม่ เราจะยังคงความสัมพันธ์อันดี และต้องการกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากขึ้นกับประเทศที่มาเปิดสถานทูตที่มาเลเซีย

“กรีซมันน์” อธิบาย “ข้อเสีย” เป็นฉากๆหากต้องย้ายไปทีมอื่น

อองตวน กรีซมันน์ กองหน้าระดับซูเปอร์สตาร์ของ แอตเลติโก มาดริด ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้หากต้องย้ายออกจากต้นสังกัดไปอยู่ที่อื่นในฤดูกาลหน้าโดยปกตินั้น คอลูกหนังต่างเชียร์ให้ แข้งน้ำหอมคนนี้มาค้าแข้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่สุดท้ายเรื่องนี้ก็ยังคงเป็นปริศนาอยู่ดี จนกระทั่งเจ้าตัวออกมาพูดถึงประเด็นข่าวลือที่เกิดขึ้

“ผมถูกตั้งคำถามมากมายเกี่ยวการย้ายไปเล่นที่อังกฤษ” กรีซมันน์ กล่าว
“สมัยที่อยู่กับ โซเซียดาด ผมรู้สึกจริง ๆ ว่าอยากย้ายทีม แต่สำหรับตอนนี้ ผมไม่รู้ว่าข่าวลือที่มีอยู่เพียบนั้นมาจากไหน ใครสามารถรู้ได้จริง ๆ ว่าฤดูกาลนี้มันจะจบยังไง ? สมมติถ้าทุกอย่างพังหมดในตอนท้าย ผมอาจจะถามตัวเองเกี่ยวกับอนาคตอีกครั้ง แต่สำหรับตอนนี้ มันไม่ใช่เลย”
“เมื่อพูดถึงเรืี่องนี้แล้ว ยอมรับก็ได้ว่าผมเคยถามตัวเองอยู่เหมือนกันว่าควรจะย้ายไปไหน ในสเปน ก็คงเป็น บาร์เซโลนา หรือไม่ก็ เรอัล มาดริด
“สำหรับ บาร์ซา พวกเขามี MSN เป็นตัวจริงอยู่แล้ว มาดริด เองก็เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากพวกเขาคือคู่อริของทีมผมในเวลานี้ ฉะนั้นคงเป็นไปไม่ได้ทั้งคู่”

“ในเยอรมนี ลีกนั้นไม่ได้ดึงดูดความสนใจผมสักเท่าไหร่นัก ฝรั่งเศสล่ะ ? ก็ไม่เช่นกัน ส่วน อังกฤษ ที่พวกคุณประโคมกันมานั้นก็ยังมีข้อกังขาอยู่ในเรื่องของการใช่้ชีวิตส่วนตัว เพราะฝนตกตลอด สภาพอากาศก็ไม่ดี”
“ผมเป็นคนที่รู้สึกมีความสุขเวลาได้ออกไปเล่นนอกบ้านนะ”

เพื่อนลั่นไม่ปลื้ม “เกรียนโอ้” นักเตะจอมขี้เกียจ

วาเลนติน อีสเซลิค กองกลางตัวเก่งของนีซไม่มีความสุขกับทัศนคติของ มาริโอ บาโลเตลลี่ กองหน้าจอมเกรียนที่ทำตัวเหมือนไม่อยากช่วยทีมในสนาม

บาโลเตลลี่ไม่มีชื่ออยู่ในทีมนีซชุดเสมอแรนส์ 2-2 เพราะเป็นหวัด แต่ก่อนหน้านั้นเขาเคยถูกดร็อปเป็นสำรองในเกมกับแซงต์ เอเตียน เพราะลูเซียง ฟาฟร์ เทรนเนอร์ไม่พอใจที่เขาไม่ลงมาช่วยเกมรับ ซึ่งอิสเซลิคก็ยอมรับว่าตนเองไม่ปลื้มเช่นกัน

“ผมเสียใจ แต่ผมต้องซื่อสัตย์และพูดความจริง มันน่าเสียดายที่เขาเอาแต่ก้มหน้า คุณเห็นในระหว่างซ้อมทุกวัน เขาเป็นผู้เล่นชั้นยอด แต่เขาดูเหมือนไม่อยากลงเล่นกับเรา มันน่าผิดหวัง เราควรได้ใช้ความสามารถของเขาในเกมแบบนี้”
“เรารู้ว่าโค้ชต้องการความพยายามสูงมากจากผู้เล่นในทีม เขาไม่ยอมรับใครก็ตามที่ก้าวเท้าออกจากสนามและคุณได้เห็นพฤติกรรมแบบนั้นจากบาโลเตลลี่”

5 ไอเดียแต่งอาหารวันวาเลนไทน์ทำได้ง่ายๆ

วิธีเซอร์ไพรส์แฟนวันวาเลนไทน์ ที่จะทำให้แฟนสาวออกประทับใจ อมยิ้มได้ไปตลอดทั้งวัน วันวาเลนไทน์ใกล้เข้ามาแบบนี้ เชื่อว่าผู้ชายหลายคนยังคิดไม่ตกว่าจะเซอร์ไพรส์แฟนสาวยังไง จึงจะทำให้เธอมีความสุข งั้นไปชมไอเดียเมนูอาหาร ที่เรารวบรวมมาฝากกันได้เลย เผื่อจะได้มีเวลาเตรียมทุกอย่างให้พร้อมด้วยครับ

1. หัวใจใส่ไข่

เมนูนี้ทำได้ง่ายๆ แค่นำไส้กรอกมาหั่นตรงกลางโดยไม่ต้องหั่นให้สุด เว้นปลายอีกด้านไว้เล็กน้อย แล้วนำปลายไส้กรอกสองด้านมาประกบให้เป็นรูปหัวใจโดยใช้ไม้จิ้มฟันเล็กๆ ทำให้ปลายเชื่อมติดกัน จากนั้นนำลงไปทอดในกระทะ ตอกไข่ใส่ลงไปตรงกลาง แค่นี้ก็ได้เมนูหัวใจใส่ไข่แบบง่ายๆ แล้ว

2. ขนมผสมความรัก

แพนเค้กธรรมดาจะไม่ธรรมดาอีกต่อไปในวันวาเลนไทน์นี้ เติมความรักลงไปในเมนูของหวานจานนี้ให้เต็มเปี่ยมโดยนำผลเบอร์รี่หลากชนิดตามแต่คุณต้องการมาตกแต่งเป็นตัวอักษรและรูปหัวใจ

3. สลัดหัวใจ

อยากให้คนที่คุณรักสุขภาพดี ทำสลัดให้เขาทานในวันวาเลนไทน์สิคะ หาผักใบเขียวมาจัดให้เป็นทรงหัวใจพร้อมกับกุ้งต้ม นอกจากจะสวย น่าทานแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย

4. หัวใจใส่กระทะ

ไข่ดาวจะไม่ใช่ไข่ดาวธรรมดาอีกต่อไปในวันวาเลนไทน์นี้ เพียงนำที่ปั๊มรูปหัวใจปั๊มขนมปังแล้วนำไปทอดในกระทะพร้อมไข่ดาว รับรองน่าทานสุดๆ

5. โยเกิร์ตวาเลนไทน์

อีกหนึ่งเมนูสุขภาพเพื่อคนที่คุณรัก นำธัญพืชและสตรอเบอร์รี่มาตกแต่งโยเกิร์ตให้น่าทานขึ้น อย่าลืมหั่นเนื้อสตรอเบอร์รี่ออกนิดหน่อยเพื่อตกแต่งให้เป็นรูปหัวใจด้วย

“ฟาน เพอร์ซี่” โดนแบน 2 เกมฐานเย้ยคู่แข่ง

โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ กองหน้าตัวเก่งของ เฟเนร์บาห์เช่ สโมสรดังลีกตุรกี ถูกสหพันธ์ฟุตบอลตุรกี ลงโทษแบนเป็นจำนวน 2 นัด จากการที่เขาไปยั่วยุ โอกูซาน ออซยาคุป มิดฟิลด์ เบซิคตัส ระหว่างเกม ตุรกี คัพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

โดยเกมนัดดังกล่าว ดาวยิงวัย 33 ปี ก่อวีรกรรมน่าอับอาย ด้วยการแกล้งทิ้งตัวลงกับพื้นราวกับถูกกระแทกหนักในจังหวะที่โดน ดุสโก้ โทซิช ชนจนเป็นเหตุให้คู่แข่งโดนใบแดงไล่ออกจากสนามก่อนที่ในจังหวะซัดประตูชัยช่วยให้ เฟเนร์บาห์เช่ เอาชนะไปได้หวุดหวิด 1-0 ซึ่งหลังจากทำประตูได้แล้ว เจ้าตัวก็ฉลองด้วยการไปสไลด์เข่าไปเย้ยต่อหน้า โอกูซาน ออซยาคุป แบบสุดสะใจ

ซึ่งล่าสุด สหพันธ์ฟุตบอลตุรกี ได้สั่งแบนอดีตดาวยิงทีมชาติฮอลแลนด์ ถึง 3 นัดด้วยกัน แต่เจ้าตัวได้ยื่นอุทธรณ์ลดโทษแบนให้เหลือ 2 เกม