หนุ่มโกรธจัด! ขับรถไล่ชนเด็กชาย เพราะเล่นเล็งกระบอกปืนใส่

ชาวเน็ตทั่วโลกวิจารณ์หนัก ชายขับรถไล่เด็กชาย เหตุเพราะโมโหเล่นเล็งกระบอกปืนใส่ แถมยังตีทำโทษสั่งสอนเด็ก ตำรวจไม่ดำเนินการใดๆ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คลิปภาพเหตุการณ์การเล่นกันของเด็กชาย 2 คน กลายเป็นประเด็นดราม่าบนโซเชียลมีเดีย เพราะชายขับรถยนต์คันหนึ่งพาผ่านมาเกิดไม่พอใจ ที่เห็นเด็กชายหันกระบอกปืนของเล่นเล็งใส่เขา ทำให้ตัดสินใจกลับรถย้อนมาเฉี่ยวชนเด็กและสั่งให้คุกเข่ารอเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเป็นการสั่งสอน

คลิปภาพจากกล้องวงจรปิดที่เมืองแห่งหนึ่ง ทางตอนเหนือของประเทศรัสเซีย เผยให้เห็นเด็กชาย 2 คน กำลังหยอกล้อเล่นกันตามปกติ พวกเขาแบ่งกันเล่นกระบอกปืนของเล่น โดยเล็งไปตามสถานที่ต่างๆ รวมทั้งคนที่เดินผ่านไปมา จนกระทั่งมีรถยนต์โฟร์วีลสีดำคันหนึ่งผ่านมา เด็กชายได้เล็งปืนของเล่นใส่รถคันดังกล่าว แต่ปรากฏว่ารถคันนั้นได้เลี้ยวกลับมา พร้อมกับพุ่งใส่เด็กชายทั้ง 2 คน เด็กคนหนึ่งวิ่งหนีหลบเข้าไปในอาคาร ทำให้รถยนต์ไล่ตามหลังเด็กชายอีกคนหนึ่ง ก่อนจะเฉี่ยวชนใส่เขาแบบไม่แรงนัก ต่อมาชายที่ขับรถยนต์ได้ลงมาจากรถ ก่อนจะเข้าควบคุมตัวเด็กชายและยึดปืนของเล่นเอาไว้ พร้อมกับสั่งให้เด็กชายคุกเข่าลงบนพื้นถนนเย็นยะเยือก เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ ไม่นานนักเจ้าหน้าที่ก็เดินทางมาถึง ก่อนที่ชายอารมณ์ร้อนจะขับรถจากไป

เด็กชายได้เปิดเผยถึงสื่อท้องถิ่นว่า “ผมยืนเล่นกับเพื่อนอยู่ริมถนนตามปกติ แล้วรถคันนี้ก็เลี้ยวกลับมาชนใส่ผม ก่อนที่ชายบนรถจะลงมาจับผม แล้วยังมาตบตีผมหลายครั้ง” เจ้าหน้าที่ส่งตัวเด็กชายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ก็พบว่ามีร่องรอยถูกทำร้ายตามที่เด็กบอกกล่าวจริง ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยเฉพาะประเด็นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยให้ชายผู้ก่อเหตุกับเด็กขับรถออกไปเฉยๆ โดยที่ไม่ได้สอบสวนหรือแจ้งข้อหาใดๆ ทั้งที่เป็นการกระทำรุนแรงต่อเด็ก ทางด้านพ่อของเด็กชาย ยังเปิดเผยว่า ทันทีที่ตำรวจมาลูกมาส่งที่บ้าน พวกเขาไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่าลูกถูกรถไล่ชน

หนุ่มหายตัวปริศนา เพื่อนแชร์ตามหา กลายเป็นศพในคลองย่านดินแดง

ชายหนุ่มวัย 29 ปี หายตัวไปเมื่อ 6 วันก่อน ล่าสุดพบเป็นศพอยู่ในคลองสามเสน ย่านดินแดง หลังเพื่อนๆ แชร์ตามหาเบาะแส ขึ้นแท็กซี่แล้วหายตัวไป ความคืบหน้ากรณีที่โลกโซเชียลมีเดียได้ช่วยกันแชร์ตามหาชายหนุ่มที่หายตัวไปอย่างเป็นปริศนา จากย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หลังจากแยกย้ายจากวงสังสรรค์กับเพื่อนๆ เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา ล่าสุดปรากฏว่าพบชายคนดังกล่าวเป็นศพเสียชีวิตอยู่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง

ตามรายงานระบุว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินแดง ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ในคลองสามเสน ด้านหลังวัดตะพาน เขตดินแดง ตรวจสอบพบเป็นชาย สวมใส่เสื้อเชิ้ตสีเข้ม กางเกงสแลคสีดำ ก่อนจะเปรียบเทียบรูปพรรณพบว่าเป็น นายภัทร คล้ายจัน อายุ 29 ปี ชายที่หายตัวไปและมีการออกประกาศตามหา ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อดำเนินการชันสูตรและเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากคลองน้ำ ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเสียชีวิตครั้งนี้ ซึ่งจะต้องดำเนินการตรวจสอบต่อไป

สำหรับเรื่องราวของ นายภัทร ญาติและเพื่อนๆ ได้ออกประกาศตามหาตัวในโลกออนไลน์ ระบุว่าหายตัวไปเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา พบครั้งสุดท้ายที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อขึ้นแท็กซี่กลับที่พัก ก่อนจะหายตัวไป ต่อมามีผู้พบโทรศัพท์ของนายภัทรตกอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ใกล้กับทางขึ้นทางด่วน เมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า นายภัทร ได้ขึ้นรถแท็กซี่คันหนึ่งออกไป มุ่งหน้าจะขึ้นทางด่วน แต่เกิดเปลี่ยนใจและถอยออกมาจากด่านเก็บเงิน ก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางไป โดยที่ไม่สามารถเห็นทะเบียนรถได้ชัดเจน

หนุ่มร้อง สคบ.หลังโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ทำตาสองชั้นพลาดถึง 3 ครั้ง

ผู้เสียหายรายหนึ่ง พร้อมทนายความส่วนตัว เดินทางเข้าร้องเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. หลังไปศัลยกรรมตาสองชั้น ที่โรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ ซึ่งแก้ไขมาแล้วถึง 3 ครั้ง สุดท้ายซ้ำหนักกว่าเดิม

กรณีผู้เสียหายชายรายหนึ่ง พร้อมทนายความ ได้เข้ายื่นหนังสือ ร้องเรียนกับศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) ว่า ได้ไปทำตาสองชั้นที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านบางพลัด แล้วเกิดความผิดพลาด มีแผลเป็นเกิดขึ้น โดยผู้เสียหายเล่าว่า เมื่อปี 2551 ได้เข้าไปทำตาสองชั้นที่ รพ.ดังกล่าวในราคา 15,000 บาท ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ต่อมาเมื่อเดือนมีนาคม 2559 ตนรู้สึกว่าหนังตาเริ่มหย่อน จึงเข้าไปติดต่อเพื่อขอแก้ไข กับแพทย์รายใหม่ที่รพ.เดิม ในราคาแพ็คเกจ 70,000 บาท ทำตั้งแต่ตา, คาง และจมูก

แต่เมื่อทำไปแล้ว พบว่าหนังตาผิดรูป จึงติดต่อทาง รพ. เข้าไปแก้ไขอีก 2 ครั้ง ในเดือนกรกฎาคม 2559 แต่การแก้ไขครั้งนี้ กลับส่งผลทำให้แย่ลงไปกว่าเดิม เนื่องจากเกิดแผลเหนือดวงตา มีอาการบวม และเป็นพังพืดที่ชั้นตา รวมถึงมีแผลเป็นขนาดใหญ่ จากนั้นได้แก้ไขอีกครั้งในเดือนกันยายน 2559 แต่ได้ผลเช่นเดิม จนกระทั่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา ทางโรงพยาบาลได้ขอนัดตนมาแก้ไขอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 4 แต่ตนรู้สึกไม่มั่นใจแล้ว โดยโรงพยาบาลได้เจรจามาว่าจะคืนค่าศัลยกรรมทั้งหมดให้ แต่ไม่ได้ระบุถึงการเยียวยาเรื่องอื่นๆ จึงตัดสินใจมาเรียกร้องที่ สคบ.ในวันนี้ เพื่อให้โรงพยาบาลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการศัลยกรรมใหม่กับโรงพยาบาลอื่น

แม่สงสัย ‘อดีตนายก อบต.’ สามีเก่า ลวงฆ่าลูกสาว

แม่ของสาว อบต.บึงชำอ้อ ให้การสงสัย “อดีตนายก อบต.” จ.ชลบุรี อาจเป็นมือสังหารลูกสาว ด้านตำรวจเร่งเช็ค พบว่ามีการกดเงินเชื่อว่าน่าใช้สำหรับหลบหนี จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง น.ส.วีรญาภา หรือ เปิ้ล อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายนโยบายและแผน (นักบริหารงานทั่วไป) ระดับ 6 อบต.บึงชำอ้อ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เสียชีวิตบนรถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ท สีเทา-ดำ ทะเบียน 4 กอ-8489 กรุงเทพมหานคร บนถนน ในท้องที่ ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา คาดสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาวเนื่องจากผู้ตายมีรูปร่างหน้าตาดีมีชายติดพันหลายคน และขัดแย้งธุรกิจจำหน่ายรถยนต์มือสองที่ผู้ตายทำอยู่ ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 16 มี.ค.2560 นางบานเย็น แม่ของผู้ตาย ให้การว่า ปกติลูกสาวมักเล่าปัญหาส่วนตัวให้ฟัง ส่วนใหญ่มาจากสามีเก่าที่เป็นอดีตนายกอบต.แห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี ที่หย่ากันไปเมื่อ 2 ปีก่อน หลังจากผู้ตายรู้ว่าอดีตนายก อบต.คนดังกล่าว มีครอบครัวแล้ว เมื่อทราบว่าลูกสาวเพิ่งจดทะเบียนสมรสใหม่ อาจเกิดความหึงหวง จึงลวงออกไปจากที่ทำงานเพื่อให้ไปดูรถ ก่อนจะขอเจรจาตกลงปัญหา เมื่อตกลงกันไม่ได้จึงถูกยิง

โดยหลังจากชุคลี่คลายคดีรู้เรื่องดังกล่าว จึงพยายามติดต่อไปยังอดีตนายก อบต.คนนี้ แต่ปรากฏว่าเจ้าตัวออกนอกพื้นที่ไปแล้ว และพอเช็คธุรกรรมการเงินพบว่าเจ้าตัวได้ไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มแห่งหนึ่ง เชื่อว่าน่าใช้สำหรับหลบหนีไปหาญาติที่ จ.กาญจนบุรี เพื่อให้พาไปหลบซ่อนตัวตามชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ ยังไม่พบหลักฐานเดินทางออกนอกประเทศแต่อย่างใดส่วนศพของ น.ส.วีรญาภา ญาตินำไปตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดสระลำใย อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี โดยจะมีพิธีฌาปนกิจ ในวันที่ 19 มี.ค.2560

“ชัปปุยส์” กับบทสัมภาษณ์จาก “ฟีฟ่า” ก่อนเกมพบ “ซาอุดิอาระเบีย”

ฟีฟ่า เผยบทสัมภาษณ์ ชาริล ชัปปุยส์ กองกลางทีมชาติไทยก่อนเกมพบซาอุดิอาระเบีย สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เปิดเผยสัมภาษณ์ของ ชาริล ชัปปุยส์ กองกลางทีมชาติไทย ระหว่างการเตรียมทีมเพื่อแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย ที่จะพบกับ ซาอุดิอาระเบีย วันที่ 23 มีนาคม และ ญี่ปุ่น วันที่ 28 มีนาคมนี้ กองกลางลูกครึ่งไทย-สวิส วัย 25 ปีเคยเป็นส่วนสำคัญของทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ชุดคว้าแชมป์เยาวชนโลก เมื่อปี 2009 ที่ไนจีเรีย ก่อนที่เขาจะปฏิเสธข้อเสนอของ ฮัมบูร์ก ในเยอรมนี และ ยูเวนตุส ทีมดังของอิตาลี ในเวลาต่อมา โดยปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับ สุพรรณบุรี เอฟซี ในโตโยต้า ไทยลีก

“ผมค่อนข้างมีความสุขกับชีวิต กับอาชีพการงานตรงนี้นะครับ” ชัปปุยส์กล่าวกับ FIFA.com “แต่นึกย้อนไป บางทีก็คิดว่าผมน่าจะตกลงรับข้อเสนอจากยูเวนตุสหลังจบบอลโลก U17 ไปเหมือนกัน แต่ก็นั่นแหละ ตอนนั้นผมกลัวจะต้องไปเล่นต่างประเทศ และกลัวจะต้องห่างครอบครัว” ฟีฟ่ากล่าวถึงการเป็นซูเปอร์สตาร์บนโลกโซเชียลของ ชัปปุยส์ ซึ่งปัจจุบันเขามีผู้ติดตามในอินสตาแกรมส่วนตัวถึง 1.4 ล้านคน มากกว่าอดีตเพื่อนร่วมทีมเยาวชนสวิตเซอร์แลนด์อย่าง ฮาริส เซเฟโรวิช กองหน้าของ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ในบุนเดสลีกา เยอรมนี, เซอร์ดาน ชากิรี มิดฟิลด์ของสโต๊ค ซิตี้ และ กรานิต ชาก้า กองกลางของอาร์เซนอล ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ “แชมป์อาเซียนปี 2014 จุดกระแสคลั่งไคล้ฟุตบอลในไทยขึ้นมามากจริงๆ ทุกวันนี้คุณจะเห็นเด็กๆ หรือวัยรุ่นใส่เสื้อบอลเดินถนนกันมากขึ้นเรื่อยๆ แฟนๆน่าทึ่งมาก พวกเขาเป็นกำลังใจให้เราจริงๆ ผู้เล่นทีมชาตินี่คนบูชาอย่างกับเป็นเทพ”

“แต่ถ้าคุณขาดความสำเร็จ ก็ต้องเจอกับเสียงวิจารณ์ โชคดีที่ผมยังอ่านภาษาไทยไม่ออก เลยไม่ค่อยได้ไปสนใจเท่าไหร่” ปัจจุบัน ทีมชาติไทยเข้าสู่รอบสุดท้ายของการคัดเลือกโซนเอเชียเพื่อไปฟุตบอลโลก 2018 แต่สถานการณ์ค่อนข้างลำบากเมื่อมีเพียงคะแนนเดียวจาก 5 นัด “แฟนๆยังคงน่ารักเสมอ(ไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร) พวกเขาสนับสนุนเราอย่างสุดยอด และหวังให้เราชนะซาอุดิอาระเบียให้ได้ แม้มันจะยากมากๆ ยากกว่าที่แฟนๆคิดกันก็เถอะ เราจะไม่เอาความกดดันมาแบกให้เกินไป เราจะเล่นให้สนุกอย่างที่เคย” ชัปปุยส์ กล่าว

 

 

ยังไม่พบตัว “ธัมมชโย” หลังดีเอสไอเข้าตรวจค้นอารามปริสุทโธ

ดีเอสไอยังไม่พบตัวพระธัมมชโย หลังเข้าตรวจค้นอารามปริสุทโธ จ.ปทุมธานี เหตุได้รับเบาะแสจากประชาชนว่าอาจใช้เป็นที่หลบซ่อน วันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 06.15 น. พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรี เข้าตรวจค้น อารามปริสุทโธ ในพื้นที่ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี หลังได้รับข้อมูลเบาะแสจากประชาชนว่าสถานที่ดังกล่าวอาจเป็นที่หลบซ่อนของพระธัมมชโย ผู้ต้องหาตามหมายจับ เนื่องจากมีการเข้าออกอย่างผิดปกติของพระผู้ใหญ่วัดพระธรรมกาย

ทั้งนี้จากการตรวจค้น พบเอกสารเกี่ยวกับการให้ข่าวสื่อมวลชนของตำรวจ เอกสารเกี่ยวกับการถวายฎีกา คำขอคุ้มครองชั่วคราว คำให้การของพระผู้ใหญ่ของวัดพระธรรมกาย และเอกสารอื่นๆ ส่วนบริเวณชั้น 2 ของอาคารดังกล่าว ถูกตกแต่งสถานที่คล้ายกับห้องประชุม ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าภายในอาคารอาจใช้เป็นสถานที่ประชุมวางแผนของวัดพระธรรมกาย นอกจากนี้ยังพบเสื้อยืดแขนยาว สีเหลือง จำนวน 2 ตัว ซึ่งคล้ายกับที่พระธัมมชโยเคยสวมใส่อยู่ในห้องดังกล่าว จากการซักถามผู้ดูแลสถานที่อ้างว่าเป็นที่พำนักของพระผู้ใหญ่ในวัดพระธรรมกาย และยืนยันว่าไม่มีบุคคลตามหมายจับของศาล เข้ามาพักภายในอารามปริสุทโธ แต่อย่างใด

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนของดีเอสไอและตำรวจจัดชุดติดตามตัวพระธัมมชโย ซึ่งเบื้องต้นการข่าวดีเอสไอพบเบาะแสว่าพระธัมมชโยได้หลบหนีไปอยู่ในสถานที่ดังกล่าวและอยู่นอกพื้นที่ควบคุมตามประกาศมาตรา 44 แต่ภายหลังจากการตรวจค้นในวันนี้ก็ยังไม่พบตัวพระธัมมชโยแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามหากประชาชนทราบเบาะแสเกี่ยวกับพระธัมมชโย สามารถโทรศัพท์มาแจ้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ที่เบอร์สายด่วน 1202 ตลอด 24 ชั่วโมง

แม่ใจสลาย! พาลูกสาวไปดูเกรด กระบะชนแล้วหนี เด็กคอหักดับสลด

เมื่อเวลา 13.00 น. ร.ต.ท.จเร พูลแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุรถกระบะเฉี่ยวชนรถจยย.ที่ปากทางเข้าหาดทรายแก้วรีสอร์ต ม.12 ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา รับแจ้งแล้วจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นจึงพร้อมด้วยแพทมย์เวร รพ.ท่าศาลา และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยท่าศาลารีบรุดไปตรวจสอบเพื่อให้การช่วยเหลือ

เมื่อไปถึงพบศพผู้เสียชีวิตเป็น ด.ญ.อายุ 14 ปี  นอนเสียชีวิตอยู่ในชุดนักเรียน สภาพแขนหัก คอหักศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์ ในที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บคือ นางสุดารัตน์ อายุ 33 ปี มารดาขอเด็กหญิงอยู่ในอาการบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่จึงรีบนำส่ง รพ.ท่าศาลา ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถกระบะไม่ทราบยี่ห้อทะเบียน ขับหลบหนีไปหลังเกิดเหตุ

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนางสุดารัตน์ ผู้เป็นแม่ได้ขับรถจยย.พาลูกสาวไปดูผลการเรียน ที่โรงเรียนท่าศาลาประสิทธิศึกษา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีรถกระบะขับตามหลังเฉี่ยวชนจน 2 แม่ลูกล้มทั้งรถทั้งคน ผลปรากฏว่าด.ญ.เสียชีวิต ส่วนนางสุดารัตน์ผู้เป็นแม่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งจะเร่งสอบหาคนขับรถยนต์กระบะคู่กรณี เพื่อตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เปิดใจ! “โรมัน กอนซาเลซ” หลังแพ้ครั้งแรกในชีวิ

“ช็อคโกลาติโต้” โรมัน กอนซาเลซ ยอดกำปั้นชาวนิการากัว ยังคงช็อกไม่หายกับการพ่ายแพ้ครั้งแรกในการชกมวยอาชีพ ที่มีต่อผู้ท้าชิง ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ที่เมดิสันสแควร์ การ์เดน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก่อนการชก กำปั้นชาวนิการากัว วัย 29 ปี เจ้าของสถิติแชมป์โลก 4 รุ่น ได้รับการยอมรับจากวงการมวยทั่วโลกว่าเป็นนักมวยที่ดีที่สุดในโลกจากทุกรุ่นการแข่งขัน และมีภาษีดีกว่า ผู้ท้าชิงชาวไทยมาก ชนิดที่อัตราต่อรองในร้านพนันถูกกฎหมายออกราคามาแบบห่างชั้นกันแบบสุดกู่

แต่เกมการชกไม่เป็นแบบที่หลายฝ่ายคิด เพราะเพียงแค่ยกแรก “เจ้าแหลม” ก็เป็นฝ่ายอัดขวาเข้าชายโครง ส่งร่างแชมป์ทรุดลงไปกองกับพื้น ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุถูกหัวชน ซึ่งทำให้ “ช็อคโกลาติโต้” ต้องเจอกับแผลที่หางคิ้วขวา ทำให้ตลอดการชกมันเป็นอุปสรรคในการมองเห็น และทำให้เจ้าตัวหยุดสถิติชนะรวดไว้ที่ 46 ไฟต์ ก่อนเพิ่มสถิติเป็นความพ่ายแพ้แทน

“มันเป็นการชกที่ดีไฟต์หนึ่ง ผมมีสภาพร่างกายที่ดี และสามารถยืนแลกหมัดได้ตลอดทั้ง 12 ยก แต่ก็อย่างที่เห็นมันเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากจริงๆ ผมต้องคอยเช็ดเลือดจากหางคิ้วขวา และพี่เลี้ยงต้องคอยห้ามเลือดในระหว่างพักยก ผมต้องขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้การชกเป็นไปด้วยดี” “ผมไม่เห็นด้วยกับผลการตัดสิน แต่มันเป็นเกมกีฬา และผมก็ไม่มีปัญหาอะไร หากไม่ได้รีแมตช์กับนักชกชาวไทยอีกครั้ง ผมมีความสุขที่ได้กลับมายังประเทศของผม ผมจะได้พักผ่อนบ้าง ผมรู้ว่ามันเป็นการต่อสู้ที่ยากไฟต์หนึ่ง แต่ผมไม่เคยมีภาพในหัวเลยว่าผมจะเป็นฝ่ายปราชัยในครั้งนี้” โรมัน กอนซาเลซ กล่าว

“สื่อซาอุฯ” เตือน “ทีมอาหรับ” ให้ระวังความขลังของราชมังคลากีฬาสถาน!

ทีมไทยเองถูกมองข้ามโดยสื่ออาหรับส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อซาอุฯ, UAE และอิรัก ซึ่งมองกลุ่ม B ว่าเป็นกลุ่มแห่งความตาย เพียงเพราะต้องร่วมกลุ่มกับออสเตรเลียและญี่ปุ่น เป็นที่ชัดเจน สื่ออาหรับมองทีมไทยว่าอ่อน และเป็นทางผ่านให้ทีมที่เหลือของกลุ่มนี้ โดยน่าจะแจก 6 แต้มไป-กลับ แต่ถ้าตามดูผลงานย้อนหลัง 3 ปีของไทย จะพบว่าระดับเทคนิกการเล่นของไทยเริ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนสื่อญี่ปุ่นและออสเตรเลียเริ่มเตือนถึงความอันตรายของทีมชาติไทยในการเล่นในบ้านที่กรุงเทพฯ

ทีมจากอาหรับต้องระวังเป็นอย่างยิ่งในการเจอทีมชาติไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่สนามราชมังคลาฯ เพราะทีมจากอาหรับเริ่มเผชิญกับความขลังของสนามแห่งนี้นับแต่ปี 2007 เมื่อไทยเป็นเจ้าภาพเอเชียนคัพร่วมกับเวียดนาม, มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย โดยทีมชาติอิรักมาเสมอกับไทยในปีนั้นในนัดเปิดสนาม พอ 18 พ.ย. 2007 ทีมชาติเยเมนแพ้ไทยในนัดเปิดสนามฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 2010 6 ม.ค. 2010 ทีมชาติจอร์แดนเสมอไทยในเอเชียนคัพ รอบคัดเลือก 2011 และในรายการเดียวกันไทยก็เสมออิหร่าน 0-0 เมื่อ 28 ม.ค. 6 ก.ย. 2011 ผลฟุตบอลย้อนหลัง ทีมชาติไทยอัดโอมาน 3-0 และเสมอซาอุฯ 0-0 เมื่อ 11 ต.ค. 2011 ในเกมคัดบอลโลก 2014 ออสเตรเลียที่อยู่กลุ่มเดียวกันชนะไทยแบบ “หืดจับ” ด้วยประตูชัยของ เบร็ตต์ โฮลแมน นาที 77

ส่วนในคัดบอลโลกหนนี้ ตอนรอบที่สองที่เพิ่งจบไป ทีมชาติอิรักก็มาพบความยากลำบากในการต่อกรกับไทย โดยเฉพาะความเร็วของนักเตะไทย โดยเสมอ 2-2 เมื่อ 8 ก.ย. 2015 ก่อนจะไปเสมอด้วยสกอร์เดียวกันที่เตหะราน ทำให้ไทยเป็นแชมป์กลุ่มโดยมี 14 แต้ม นำหน้าอิรัก 2 แต้ม ทีมชาติไทยเคยแพ้ซาอุฯ 0-6 ในเอเชียนคัพที่ UAE ปี 1996 แต่ในช่วงระหว่างปี 2007-2016 ทีมไทยแข็งแกร่งขึ้นในการเล่นในบ้านด้วยสไตล์การเล่นโต้เร็วและการชิ่งบอลเร็ว ซึ่งเป็นวิธีการที่โค้ชเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง วัย 42 ปีของไทยใช้ เขามีฉายาว่า “ซิโก้” และเคยติดทีมชาติไทยถึง 134 ครั้ง และถือเป็นหนึ่งในดาวซัลโวยิงไปถึง 71 ประตู ทีมชาติไทยเป็นทีมที่แกร่งที่สุดในอาเซียน เพราะได้แชมป์ในระดับนี้มา 4 รายการ รวมไปถึงเป็นเจ้าของแชมป์ซีเกมส์ 15 สมัย

จียอน ยอมรับเครียดชักเกร็งกลางกอง ไม่เคยดูถูกอาชีพตลก

มีกระแสดราม่ารุมเร้าไม่เว้นวันเลย สำหรับนักแสดงสาว “ซอ จียอน” ไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่เบี้ยวคิวกองละครหรือประเด็นถูกปลดจากรายการ ก่อนบ่ายคลายเครียด จนทำให้เจ้าตัวเครียดหนักชักกลางกอง ได้เจอเจ้าตัวที่มาออกงานอีเว้นท์ จียอนก็ขอเคลียร์ว่าที่ตนไม่อยากร่วมงานกับ กอล์ฟ เบญจพล ยันไม่เป็นความจริงเพราะยังมีการพูดคุยกันปกติ “ก็เป็นครั้งแรกที่ตัวเองมีอาการชักขนาดนี้ คุณหมอบอกว่าเป็นอาการของโรค Hyperventilation คือภาวะหายใจได้ไม่เต็มที่ ก็เลยต้องทำออกซิเจนในร่างกายมีน้อยลง สาเหตุก็เพราะว่าพักผ่อนน้อยหรือมีความเครียด ยอมรับว่าตัวเองเป็นคนเครียดง่ายด้วยค่ะ คือเกี่ยวกับกระแสข่าวช่วงนี้ด้วย เป็นครั้งแรกที่โดนแบบนี้ ตัวเองก็ยังงง ตัวเองทำอะไรผิด เอาไปทบทวนตัวเอง”

“ก่อนหน้านี้มีอาการชาตัวเล็กน้อยค่ะ ก่อนจะมีอาการวูบล้ม ส่วนความดันก็พุ่งไปแตะที่ 170 กว่า พอเห็นตัวเองชักเกร็งหนักมากๆ ก็ยิ่งกลัวว่าตัวเองจะเป็นอะไรหรือเปล่า คุณหมอว่าถ้าหนักกว่านี้อาจจะถึงขั้นกัดลิ้นตัวเองได้ ตอนนี้เลยต้องห้ามเครียด พักผ่อนเยอะๆ ได้นอนโรงพยาบาลแปปเดียว แล้วก็ออกมาทำงานต่อค่ะ” “อันที่จริงคุณหมออยากให้พักสัก 2-3 วัน แต่มีคิวงานจริงๆ เลยต้องออกมาทำงานต่อ คุณหมอก็เตือนว่า ถ้าเป็นแบบนี้อีกครั้งหน้าอาการหน้าจะหนักขึ้น คือตอนนี้ก็พยายามค่ะ เพราะเราพักผ่อนเต็มที่ไม่ได้เลย งานเยอะมีทุกวัน คิดว่าจะเริ่มปล่อยวาง หรือไม่เก็บมาเครียดค่ะ” “ส่วนประเด็นที่ไม่อยากร่วมงานกับ พี่กอล์ฟ เบญจพล คือไม่เคยบอกเลยว่า ไม่อยากร่วมงานกับพี่ คือส่วนตัวยังไม่รู้ว่าจะต้องแสดงคู่กับพี่กอล์ฟด้วยซ้ำ คงเป็นการสื่อสารที่มันเข้าใจกันมากกว่า ตอนที่เราได้รับบรีฟตัวละครมาเป็นอีกแบบหนึ่ง พอเราไปถึงกองถ่าย เจอพี่กอล์ฟก็ยังสวัสดีทักทายตามปกติ แต่พออยู่ๆ ก็มาเปลี่ยนบทของเรา ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากร่วมงานกับพี่กอล์ฟ เพราะเราก็เคยทำงานด้วยกันมาแล้วและยังเจอกันอยู่”

“ดราม่าเรื่องไม่อยากติดภาพเป็นตลกคาเฟ่ คือไม่ใช่เลย เพราะอย่างนั้นตนคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ ไม่รับงานแบบนั้นมาตั้งแต่แรกแล้ว ตนยังต้องขอบคุณ อาเป็ด เชิญยิ้ม ด้วยซ้ำที่ให้โอกาสเรา ทุกวันนี้มีชื่อเสียงเพราะการเป็นนักแสดงตลก ตนไม่เคยบอกเลยว่า เราเกลียดเป็นการเป็นนักแสดงตลก” “เรื่องคิวกับรายการตลก เราไม่ได้ถูกปลด คือเราได้คุยกับทางผู้ใหญ่แล้ว แต่คิวไม่ลงตัวจริงๆ เราคุยกันดีมากค่ะ แล้วก็ไม่เกี่ยวกับกระแสที่เราไม่อยากเป็นดาราตลกด้วย ทางผู้ใหญ่ก็แนะนำว่าให้เราพักก็ได้ ถ้ามีเวลาหรือโอกาสก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้งก็ได้ คือช่วงนี้คิวงานเยอะจริงๆ เราไม่เคยเบี้ยวคิวงานอยู่แล้วค่ะ”