อาถรรพ์ลี้ลับคำชะโชด ต้นตาลทับแม่ลูกดับที่นครพนม

ลือสะพัดในโลกโซเซียล อาถรรพ์ลี้ลับคำชะโชด แม่ลูกต้นตาลล้มทับเสียชีวิตในวัดพระธาตุพนม จากกรณีต้นตาลสูง 25 เมตร ภายในวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ขณะเกิดลมพายุฤดูร้อน ล้มทับสองแม่ลูกช่างถ่ายภาพภายในเต็นท์ชั่วคราวในวัดเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น โดยมีเสียงร่ำลือสะพัดในโลกโซเซียลออนไลน์ เชื่อกันว่าอาจจะเกิดจากความอาถรรพ์ที่ผู้เสียชีวิตทั้งคู่ หลังนำเอารูปปั้นพญานาคที่ญาตินำมาจากคำชะโนด อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี มาบูชา

น.ส.ราตรี วัย 29 ปี สาวกู้ภัยธาตุพนม กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุต้นตาลล้มทับ นายพิชญ์และนางนิภาพร ตนได้ยินเสียงวิทยุขอความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุจึงไปกู้ร่างนายพิชญ์ ที่บาดเจ็บสาหัสออกจากซากต้นตาล ขณะทำการช่วยเหลือนายพิชญ์ได้จับมือตนไว้แน่น พร้อมกับพูดตนทำนองว่า “ข่อยบอกแล้วมันมาเอาข่อยจนได้” จากนั้นตนก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก กระทั่งนายพิชญ์เสียชีวิต ขณะแพทย์ปั้มหัวใจช่วยชีวิต นางนิภาพร ผู้เป็นมารดาเสียขณะนำส่งโรงพยาบาล

สาวกู้ภัยวัย 29 ปี ระบุว่า หลังเกิดเหตุได้นำศพสองแม่ลูกไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่ บ.ดอนแดง ต.ธาตุพนม บ้านของผู้ตาย กระทั่งมีเสียร่ำลือในงานศพว่า มีป้าของนายพิชญ์ซึ่งเป็นพี่สาวของมารดาผู้ตาย ได้เดินทางไปที่คำชะโนดหลายเดือนผ่านมาแล้ว โดยผู้เป็นป้าคนนี้ได้ไปเอารูปปั้นพญานาคจากคำชะโนดมา ต่อมานายพิชญ์ซึ่งอยู่บ้านหลังเดียวกันกับผู้เป็นป้า ได้ขอเอาพญานาคไปขึ้นหิ้งไว้บูชา เชื่อกันว่าน่าจะเกิดอาถรรพ์ที่นายพิชญ์และมารดาผู้ตาย นำรูปปั้นดังกล่าวมาไว้ในบ้านโดยไม่บอกกล่าว แม้ผู้เป็นป้าจะเป็นผู้นำมาก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม เชื่อกันว่าถ้าผู้ใดครอบครองอาจมีอันเป็นไป ขณะที่ หลังพิธีฌาปนกิจศพสองแม่ลูกในวันนี้เสร็จสิ้น ญาติจะนำรูปปั้นพญานาคไปคืนที่คำชะโนด ตามคำแนะนำของพระสงฆ์รูปหนึ่งที่มาบอก

อัยการชี้ขอส่งตัว “บอส” เป็นผู้ร้ายข้ามแดนได้หากมีเจตนาหนี

อธิบดีอัยการต่างประเทศ ชี้ สามารถขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนได้ หลัง “บอส” เบี้ยวนัดและมีเจตนาหลบหนี นายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการ สำนักงานต่างประเทศ เปิดเผยภายหลัง นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส เลื่อนการส่งตัวฟ้องศาลในวันนี้หลังส่งทนายความมายื่นคำร้องขอเลื่อนคดีออกไปโดยอ้างเหตุติดการทำธุรกิจในประเทศต่างๆ โดย ระบุว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญากำหนดไว้ชัดเจนว่าหากมีการสั่งฟ้องผู้ต้องหา ต้องจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งให้ได้ตัวมาดำเนินคดีและหากอยู่ต่างประเทศก็จะต้องดำเนินการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

ซึ่งตามขั้นตอนพนักงานอัยการผู้รับผิดชอบสำนวนต้องแจ้งพนักงานสอบสวนติดตามตัว โดยส่งคำขอไปยังศาลว่าผู้ต้องหามีเจตนาหลบหนีขอศาลออกหมายจับ และเมื่อศาลออกหมายจับแล้วจะต้องติดตามจับให้ก่อนคดีขาดอายุความ และหากผู้ต้องหาอยู่ต่างประเทศ ตำรวจต้องสืบสวนให้ชัดเจนก่อนว่าผู้ต้องหาหลบหนีอยู่ที่ใด และอยู่ในประเทศอังกฤษ ตามที่นำเสนอในข่าวหรือไม่

โดยประเทศอังกฤษ มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไทยอยู่แล้ว แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย อาทิ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พนักงานสอบสวนจึงต้องส่งเรื่องนี้ให้อัยการสำนักงานต่างประเทศ ส่งเรื่องผ่านกระทรวงการต่างประเทศ และหากเรื่องถึงประเทศอังกฤษ ทางประเทศอังกฤษ ก็จะมีการพิจารณาอีกว่า คดีนี้ขาดอายุความตามกฎหมายไทยแล้วหรือไม่และข้อหาที่เกิดขึ้นต้องเป็นความผิดทางอาญามีกำหนดไว้ในประเทศอังกฤษด้วย และจะพิจารณาหมายจับของศาลไทย หากเข้าเงื่อนไขทางประเทศอังกฤษก็จะออกหมายจับและจับกุมทันที

เด็ก 4 คนกำพร้าแม่-พ่อทิ้ง ญาติเลี้ยงตามสภาพ

เด็ก 4 คนกำพร้าแม่-พ่อทิ้งญาติเลี้ยงตามมีตามเกิด พื้นที่ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล วอนสังคมช่วยเหลือ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด.ต.ยุทธ ตาเอ็น ตำรวจ สภ.ละงู เดินทางไปเยี่ยมเด็กกำพร้าชาย 4 คน อายุ 13 ปี , อายุ 12 ปี ,อายุ 6 ปี และ อายุ 4 ปี ในพื้นที่หมู่ที่ 4 ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล ซึ่งมีการโพสต์แชร์ว่า อยากให้สังคมหันมาเหลียวแลและยื่นมือให้ความช่วยเหลือน้อง ๆ ทั้ง 4 คน ซึ่งเป็นเด็กกำพร้าแม่ ที่หนีไปมีครอบครัวใหม่ และพ่อมีฐานะยากจนไม่ได้อยู่ด้วยกัน จึงเดินทางมาเยี่ยมและดู เพื่อให้กลุ่มสมาชิกเพื่อนๆ ที่เป็นนักปั่นจักรยาน จัดกิจกรรมเพื่อหาทุนช่วยเหลือน้องๆ ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ อ.ละงู เหมือนกันเพื่อแบ่งปันน้ำใจ

นางสาววันวิสา แซะอาหลี น้าที่ดูแล ยอมรับว่า ทุกวันนี้ทางจังหวัดให้ความช่วยเหลือเดือนละ 2,000 บาท ให้กับเด็ก ๆ 4 คน หากถามว่าพอไม่ บอกเลยว่าไม่พอ และนี่ก็ใกล้จะเปิดเทอมมีค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอ เพื่อนบ้านก็ยื่นมือมาช่วยเหลือ ซึ่งทางจังหวัดได้บอกว่ากำลังเดินเรื่องให้ความช่วยเหลือให้ได้ทั้ง 4 คน เพื่อให้เด็ก ได้มีเสื้อผ้า มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้

นายธานี หะยีมะสา นายอำเภอละงู และนายวินัย นุ้ยไฉน กำนันตำบลปากน้ำ หลังทราบข่าวไปเยี่ยมเยียนและให้ความช่วยเหลือครอบครัวเด็กกำพร้า อยู่บ้านเลขที่ 157 หมู่ที่ 4 ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล ได้นำสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และบริจาคเงินให้กับพี่คนโต เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และจะดำเนินการขอความช่วยเหลือจากสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูลต่อไป ประสงค์ที่จะร่วมบริจาค โอนเงิน ได้ที่ นางสาววันวิสา แซะอาหลี หมายเลขบัญชี 985-3-64769-9 ธนาคารกรุงไทย สาขาละงู

รวบแล้ว! เมียหลวงโหดแทงผัวตายคาถนน ส่วนกิ๊กสาวบาดเจ็บ

ตำรวจตามรวบ “เมียหลวง” หึงโหด จับได้ผัวมีกิ๊ก บันดาลโทสะแทงผัวตาย หลังถูกจับสภาพจิตใจย่ำแย่ พูดแต่เพียง “ไม่ได้ตั้งใจ” เมื่อเวลา 17.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีเหตุ นายเศกศร มัติโก อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46/2 หมู่ 7 ตำบลนาวังหิน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ถูกแทงเสียชีวิต และ นางสาวณัฏฐนันท์ เปล็นรัมย์ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ 2 ตำบลหนองแวง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ได้รับบาดเจ็บภายในนิคมอุตสาหกรรมหน้าบริษัท  คาวาซูมิ ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี นั้น

ต่อมา พ.ต.อ.สามารถ ศรีสิริวิบูลย์ชัย รอง ผบก.ฯ รรท.ผกก.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.นิมิตร นูโพนทอง รอง ผกก.สส.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.จิรวัฒน์ เปี่ยมปิ่นเศรษฐ สว.สส.สภ.คลองหลวง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.คลองหลวง ได้ร่วมกันจับกุม นางสาวพนาวรรณ นพสันเที๊ยะ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 ม.10 ตำบลเมืองหลวง อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ (ผู้ต้องหา) และเป็นภรรยานายเศกศร มัติโก อายุ 27 ปี ผู้เสียชีวิต ได้ที่ห้องญาติซึ่งอยู่ในเคหะชุมชนคลองหลวงตึกที่ 1 ซอยโรงแรมแมนฮัตตัน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พร้อมอาวุธมีดทำครัว 1 เล่ม ซุกซ่อนอยู่บริเวณที่ใส่ของหน้ารถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าคลิก หมายเลขทะเบียน อยห 337 กรุงเทพมหานคร

ด้าน พ.ต.อ.สามารถ ศรีสิริวิบูลย์ชัย รอง ผบก.ฯ รรท.ผกก.สภ.คลองหลวง  กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาภายในครอบครัว ผู้ต้องหาเป็นภรรยาของของผู้ตายซึ่งมีความโกรธสามีที่ไปมีผู้หญิงอื่น และขณะนี้ทางด้านผู้ต้องหาซึ่งมีสภาพจิตใจที่ย่ำแย่พูดแต่เพียงว่าตนเองไม่ได้ตั้งใจ และได้นำตัวนางสาวพนาวรรณ นพสันเที๊ยะ (ผู้ต้องหา) ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

มอบตัวแล้ว! พ่อเลี้ยงหื่น ข่มขืนลูกเลี้ยงวัย 13 ปี จนตั้งท้อง

ตำรวจไล่ล่าตัวพ่อเลี้ยงหื่น ก่อนสุดท้ายติดต่อเข้ามอบตัว พร้อมอ้างเด็กเป็นใจไม่ได้ข่มขืน ที่สถานีตำรวจภูธรพรานกระต่าย นายนพดล อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีข่มขืนเด็กอายุ 13 ปี ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงท้อง 6 เดือน ได้ให้แม่ของตนติดต่อขอมอบตัว หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ล่ากดดันอย่างหนัก

จากกรณีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา ร้อยตำรวจเอก ชูเกียรติ น้ำเงิน พนักงานสอบสวน รองสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรพรานกระต่าย ได้รับแจ้งความร้องทุกข์จาก นางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี  เป็นแม่ของเด็กหญิงบี (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี ลูกสาวของตนได้ถูก นายนพดล ส่องแสงอายุ 29 ปี ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงข่มขืนนานนับปี โดยข่มขู่ไม่ให้บอกใคร จนความแตกท้อง 6 เดือน ซึ่งทางแม่เด็กได้คุยกับทางหมอพร้อมขอทำเรื่องขอยุติการตั้งครรภ์ และฌาปนกิจศพทารกไปแล้ว

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไล่กดดันตามตัวจนพบ โดยนายนพดลได้ให้แม่ของตัวเองติดต่อขอมอบตัวที่จุดตรวจตำบลท่าไม้ หมู่ที่ 12  ต.ท่าไม้ อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร และควบคุมตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เด็กมีใจให้ ไม่ได้ข่มขืนเป็นการสมยอม ที่ต้องหลบหนีเพราะตกใจกลัว นอกจากนี้ก็ไม่เคยมีลูกมาก่อน มารู้จากข่าวว่าเด็กที่เอาออกอายุ 6 เดือน เป็นผู้ชาย รู้สึกเสียดายอยากให้เขาเกิดมา และคิดว่าหนีไปก็คงไปไม่รอด จึงติดต่ออยากจะมอบตัว

สิ้น “นากจินนี่” เหตุท้องเสียหนัก กินปูเค็มที่มีคนโยนให้

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก สุธาสินี อินทน์จันทน์ แจ้งข่าวว่า นากจินนี่ นากเพศเมียแสนรู้แห่งสวนสัตว์เทศบาลนครนครปฐม หรือ สวนสัตว์สนามจันทร์ ตายลงแล้ว หลังจากท้องเสียอย่างหนัก โดยมีสาเหตุมาจากอาหารหรือเศษอาหารที่ประชาชนโยนมาให้กิน โดยระบุว่า

“#ชมรมคนรักสวนสัตว์เทศบาลนครปฐม# ทางชมรมขอประกาศกับประชาชนที่มาเที่ยวสวนสัตว์สนามจันทร์ขอความกรุณา”งดให้อาหารกับสัตว์” (ทุกกรง) เนื่องจากมีประชาชนบางคนที่ไม่เคารพกฎให้อาหารที่ไม่ถูกชนิดกับ “นากจินนี่” จึงทำให้นากกินเข้าไปแล้วท้องเสียขั้นรุนแรงและ”ตาย” ทางชมรมจึงขอความร่วมมือกับประชาชนที่มาเที่ยว ของดการให้อาหารกับสัตว์ทุกกรงนะคะ ทางชมรมไม่อยากให้สัตว์ต้องล้มป่วยตาย เพราะฝีมือของคนบางคนที่ไม่เคารพกฎ ซึ่งทางชมรมและเทศบาลก็ได้ติดป้ายไว้แล้ว

ทางชมรมอยากให้สัตว์อยู่กับพวกเราไปนานๆให้เด็กๆมาเรียนรู้นอกห้องเรียน ขอความกรุณานะคะช่วยกันบอกต่อถ้ามาเที่ยวแล้วเห็นคนที่ไม่เคารพกฎด้วยนะคะ อย่าทำร้ายพวกเค้าด้วยความหวังดีกันอีกเลยนะคะ” ทั้งนี้ ได้มีคนเข้าไปแสดงความเสียใจต่อการจากไปของนากจินนี่ ซึ่งผู้โพสต์ก็ตอบว่ามีคนไร้จิตสำนึกเอาปูเค็มให้จินนี่กิน จนท้องเสียขั้นรุนแรง

สื่อนอกพร้อมหน้าตีข่าว “ไทย” จัด โมโตจีพี 2018

ประเทศไทยจ่อถูกบรรจุเข้าเป็นหนึ่งในสังเวียนจัดการแข่งขัน โมโตจีพี ในปี 2018 โดยสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จะเข้าไปเป็นหนึ่งใน 19 สนาม ในฤดูกาลหน้า Motorsport.com สื่อมอเตอร์สปอร์ตยักษ์ใหญ่ของโลก รายงานด้วยการตีความจากสถานการณ์ล่าสุดว่า ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่ออกแบบโดย เฮอร์มันน์ ทัลเก้ จะสามารถบรรลุข้อตกลงกับ ดอร์น่า สปอร์ต เพื่อเป้นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โมโตจีพี ด้วยสัญญา 2 ปี พร้อมอ็อพชั่นการต่อสัญญาเพิ่ม 1 ปี ในปีที่ 3 สนามช้าง เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2014 และเริ่มต้นเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ นับตั้งแต่ปี 2015

ทั้งนี้ Motorsport.com รายงานเพิ่มเติมว่า เดิมทีสนามช้างฯ ตั้งเป้าที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โมโตจีพี ในปี 2017 ทว่ามีภาวะความสับสนของแบรนด์ค่ายเครื่องดื่มเบียร์อย่าง “ช้าง” ที่เป็นสปอนเซอร์หลักของสนาม ซึ่งเป็นคู่แข่งกับ “สิงห์” ที่เป็นผู้สนับสนุนเบียร์หลักของ โมโตจีพี ส่งผลให้ต้องเลื่อนออกไปจากเดิม หากประเทศไทยถูกบรรจุเป็นหนึ่งในตารางแข่งขัน เชื่อว่าจะถูกรวมอยู่ในช่วงท้ายของฤดูกาลซึ่งอยู่ในโซนของทวีปเอเชีย เช่นเดียวกับ โมเตกิ (ญี่ปุ่น), ฟิลลิป ไอส์แลนด์ (ออสเตรเลีย) และ เซปัง (มาเลเซีย) ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคมนั่นเอง อย่างไรก็ดี หากเป็นไปตามตารางดังกล่าว บุรีรัมย์ จะเข้าไปเติมให้เดือนตุลาคมปีหน้าเป็นเดือนที่แข่งกัน 4 สัปดาห์ติดต่อกัน แต่เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันติดต่อกันยาวถึง 4 สัปดาห์ ประเทศไทยอาจถูกแพ็ครวมกับ มาเลเซีย ให้อยู่ติดกัน ซึ่งอาจจะเป็นช่วงต้นเดือน หรือปลายเดือนนั่นเอง อีกความเป็นไปได้คือ บุรีรัมย์ อาจถูกบรรจุเข้าไปอยู่ในแพ็คเดียวกับ กาตาร์ ซึ่งอยู่ในช่วงต้นฤดูกาลในเดือนมีนาคม ทว่าในเงื่อนไขหลังนี้อาจเป็นไปได้ยาก เนื่องจากสนามช้างฯ เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ สนาม 2 ในเดือนมีนาคมอยู่แล้ว

ขณะเดียวกัน ยังมีการคาดการณ์ว่า การแข่งขันในอเมริกา อาจถูกเปลี่ยนแปลงช่วงเวลาเนื่องจาก นักบิดและทีมแข่งต่างเจออุปสรรคกับการเดินทางอันสุดโหดด้วยระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์ เพื่อเคลื่อนย้ายจาก อาร์เจนติน่า ไปสู่ ออสติน กำหนดการเข้ามาเป็นเจ้าภาพ โมโตจีพี ของไทยคือปี 2018 เช่นเดียวกับ คิมี ริง ในประเทศฟินแลนด์?ทว่าล่าสุดดูเหมือนว่าสนามจากฟินแลนด์อาจต้องเลื่อนไปเริ่มต้นในปี 2019 เนื่องจากความพร้อมด้านต่างๆ ที่อาจไม่ลงตัว ส่วนสนามใน คาซัคสถาน อย่าง โซคอล เซอร์กิต ซึ่งถูกออกแบบโดย ทิลเก้ เช่นกันนั้น ได้ต้อนรับ ฮอร์เก ลอเรนโซ ในปีที่ผ่านมา โดยเชื่อว่าตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการก่อสร้างเพื่อเร่งให้ทันต่อการเข้าร่วมเป็นหนึ่งในสนามแข่งของโมโตจีพี ซึ่งอาจจะเป็นปี 2018 หรือ 2019 คาร์เมโล เอสซเปเลต้า บอสใหญ่ของ ดอร์น่า สปอร์ต เคยกล่าวไว้ว่าการแข่งขัน โมโตจีพี จะต้องไม่เกิน 20 สนามต่อปี นั่นหมายความว่าหากทั้ง ฟินแลนด์ และ คาซัคสถาน ต่างถูกบรรจุเข้ามาในปฏิทินการแข่งขัน จะต้องมีหนึ่งใน 18 สนามเดิมในปัจจุบันต้องถูกถอดออกไป

 

“โตโยต้า ทีมไทยแลนด์” เตรียมสร้างผลงานกระหึ่มสนามโลกในปี 2017

“โตโยต้า ทีมไทยแลนด์” ทีมแข่งของไทย ฝีมือไกลระดับโลก ภายใต้การสนับสนุนของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด การันตีด้วยตำแหน่งแชมป์ทั้งรายการในประเทศและในระดับสากล นำทีมโดย คุณสุทธิพงศ์ สมิตชาติ (อาร์โต้) ผู้จัดการทีมและนักแข่งสังกัดโตโยต้าทีมไทยแลนด์ พร้อมนักแข่งฝีมือดี ได้แก่ ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ, ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ, มานัต กุละปาลานนท์ และ ธนากร บุตรตะวงศ์ เผยถึงกับความสำเร็จยิ่งใหญ่ในปีที่ผ่านมา และความพร้อมของทีมก่อนลงแข่งเร่งเครื่องกระหึ่มในสนามระดับโลกต่อเนื่อง ในปี 2017 เดินหน้าสร้างความภูมิใจในนามทีมแข่งของไทยบนสนามระดับโลกในปีที่ 31 นี้อย่างสมศักดิ์ศรี คุณสุทธิพงศ์ สมิตชาติ (อาร์โต้) ผู้จัดการทีมและนักแข่งสังกัดโตโยต้าทีมไทยแลนด์ กล่าวถึงความภูมิใจสูงสุดในฐานะผู้นำนักแข่งทีมไทยว่า

“ผลงานเมื่อปี 2016 ได้สร้างความภูมิใจยิ่งใหญ่ กับครั้งแรกที่สามารถขึ้นโพเดียมคว้าแชมป์อันดับ 2 และ 4 รายการแข่งขัน “ADAC ZÜRICH 24 Hours Race at Nürburgring ปี 2016” รายการการแข่งขันรถยนต์ 24 ชั่วโมงต่อเนื่องในสนามนูร์เบอร์กริง ประเทศเยอรมนี สนามที่ท้าทายและอันตรายที่สุด 1 ใน 3 ของโลก ซึ่งเป็นผลงานที่ดีที่สุดของทีมจากการแข่งขันตลอด 3 ปีที่ผ่านมา โดยทีมลงแข่งในรุ่น Super Production 3 ด้วยรถยนต์ โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส เอสสปอร์ต และโคโรลล่า อัลติส เอสสปอร์ต นูร์เบอร์กริง เอดิชั่น เครื่องยนต์ 1800 ซีซี “ส่วนรายการในประเทศไทย สามารถคว้าแชมป์ประเทศไทยจากรายการแข่งขันมาราธอน 6 ชั่วโมงต่อเนื่อง “RAAT Thailand Endurance Championship International 2016″ แบบยกทีม ในงานบางแสน กรังปรีซ์ 2016”

สำหรับในปี 2017 นี้ “โตโยต้า ทีมไทยแลนด์” ยังคงเดินหน้าพัฒนานักแข่งต่อไป พร้อมท้าทายทุกรายการสำคัญทั้งในระดับประเทศและระดับสากล โดยเฉพาะรายการ “ADAC ZÜRICH 24 Hours Race at Nürburgring” ที่ โตโยต้าทีมไทยแลนด์ ส่งทีมร่วมเข้าแข่งขันเป็นปีที่ 4 ต่อเนื่อง ในนาม “TOYOTA Gazoo Racing Team Thailand” เพื่อยกระดับมาตรฐานนักแข่งสู่มาตรฐานสากล ด้วยรถ “New Corolla Altis Esport Nürburgring” พร้อมเร่งเครื่องกระหึ่มสนามนูร์เบอร์กริงอีกครั้ง “ปณิธานสูงสุดของทีมคือ การสร้างความภูมิใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ สำหรับในปี 2017 นี้ พร้อมเดินหน้าแข่งขันเพื่อพัฒนาศักยภาพของทีมนักแข่งและรถยนต์ของเราต่อไป ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้สมกับศักดิ์ศรีนักแข่งทีมไทย ในนาม โตโยต้าทีมไทยแลนด์” คุณสุทธิพงศ์ สมิตชาติ (อาร์โต้) กล่าวปิดท้ายถึงปณิธาน โตโยต้าทีมไทยแลนด์

สุดเศร้า หลานกตัญญู 10 ขวบ ลากย่าหนีไฟไหม้ สุดท้ายถูกคลอกดับคู่

บรรดาญาติของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เพลิงไหม้บ้านของชาวเขาเผ่าม้ง บ้านแสงไทร ต.ขุนควร อ.ปง จ.พะเยา  เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา  ซึ่งเป็นเหตุทำให้สองย่าหลาน เสียชีวิตในกองเพลิง  ต่างได้ร่วมกันทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตทั้งสอง ซึ่งเป็นไปตามประเพณีความของชาวเขาเผ่าม้ง ที่ต้องการให้ดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตกลับบ้านเกิด โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า สืบเนื่องจากเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เวลาประมาณ 03.30 น. ได้เกิดเพลิงไหม้บ้านของนายเลา อายุ 79 ปี เป็นเหตุให้นางช้าง อายุ 70 ปี  ภรรยาของนายเลา ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง และ ด.ช.เกรียงไกร อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นหลาน ถูกไฟคลอกเสียชีวิตทั้งคู่

ด.ช.ไกรวิทย์  เล่าให้ฟังว่า  ขณะนอนหลับอยู่กับปู่  ตนเองรู้สึกร้อนที่ปลายเท้า  ก่อนจะสะดุ้งตื่นขึ้นมา  เห็นไฟกำลังโหมลุกไหม้อย่างรวดเร็ว โดยต้นเพลิงมาจากห้องนอนของย่ากับน้องชาย  และไม่สามารถหนีออกทางประตูบ้านได้ เนื่องจากถูกไฟไหม้อย่างหนัก  ก่อนจะเรียกปู่ให้ตื่น โดยปู่ได้ใช้เท้าถีบฝาผนังบ้านจนพังเป็นช่อง เพื่อจะพากันหนีออกไปจากตัวบ้าน  แต่ในขณะนั้นตนเองเห็นน้องชายที่กำลังสำลักควันฟกำลังพยายามดึงร่างของผู้เป็นย่าที่ไม่รู้สึกตัว เพื่อให้พ้นจากกองเพลิงที่กำลังโหมไหม้ ก่อนที่น้องชายจะล้มฟุบลงไป และทั้งสองถูกไฟคลอก

ตนเองจึงได้ตัดสินใจหนีออกมานอกตัวบ้านพร้อมกับปู่  ก่อนที่ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะมาช่วยกันดับไฟ  บ้านก็ถูกไฟไหม้มอดไปทั้งหลังพร้อมๆ กับย่าและน้องชาย ซึ่งขณะนี้ ด.ช.ไกรวิทย์ ยังอยู่กับอาการตกใจ และรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีการเปิดพัดลมให้กับนางช้าง และคาดว่าน่าจะเกิดความร้อนสะสม ทำให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นดังกล่าว

โชเฟอร์แท็กซี่หื่น! ซ้อม-ข่มขืนสาวบราซิล ก่อนทิ้งกลางทุ่งนา

สาวชาวบราซิลวัย 22 ปี เรียกแท็กซี่หน้าสนามบินดอนเมือง ไปหาเพื่อนที่ทองหล่อ แต่กลับถูกโชเฟอร์พาไปสุพรรณบุรี ก่อนข่มขืนและทำร้ายร่างกาย ล่าสุดจับกุมตัวได้แล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาว่า พบหญิงสาวชาวต่างชาติถูกข่มขืนอยู่ในสภาพได้รับบาดเจ็บ ในพื้นที่หมู่ 8 ต.ทุ่งคอก พลเมืองดีนำตัวส่ง รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 อ.สองพี่น้อง

จากการสอบสวน สาวนักท่องเที่ยวผู้เคราะห์ร้ายชาวบราซิล วัย 22 ปี ให้การว่า นั่งเครื่องบินมาจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อเวลา 10.30 น. มาลงที่สนามบินดอนเมือง เวลา 13.30 น. วันที่ 25 เม.ย. เพื่อมาพบเพื่อนที่บินล่วงหน้ามาก่อนแล้ว หลังออกจากสนามบินได้เดินข้ามไปฝั่งตรงข้ามและเรียกแท็กซี่สีเหลืองคาดเขียวให้มาส่งที่ซอยทองหล่อ ซึ่งช่วงนั้นยังสามารถติดต่อกับเพื่อนชาวต่างชาติทางไลน์ที่รออยู่ที่ซอยทองหล่อ แต่หลังจากขึ้นนั่งรถแล้วไม่สามารถติดต่อเพื่อนได้อีก

โดยแท็กซี่ได้พาอ้อมออกมาชานเมืองทางด้าน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม กระทั่งเข้าเขตพื้นที่หมู่ 8 ต.ทุ่งคอก คนขับแท็กซี่ได้พาเข้าไปในเส้นทางกลางทุ่งนา จากนั้นจอดรถแล้วพยายามลวนลาม พอขัดขืนกลับถูกทำร้ายทุบตีอย่างหนัก พยายามต่อสู้จนหมดแรงจึงถูกคนร้ายลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ แล้วทิ้งตนไว้ในที่เกิดเหตุก่อนหลบหนีไป จนมีชาวบ้านมาพบแล้วช่วยพาส่งโรงพยาบาล ต่อมา พลตำรวจตรี สุคุณ พรหมายน ผู้บังคับการตำรวจภูธร จว.สุพรรณบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เดินทางมาที่ รพ. เพื่อสอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมสเก็ตช์ภาพคนร้ายและสั่งการให้ชุดสืบสวนตรวจสอบสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ เพื่อติดตามตัวคนร้ายดำเนินคดีต่อไป โดยล่าสุดมีรายงานว่า สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้แล้ว